Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!
-
เรื่องล่าสุด
คลังเก็บ
หมวดหมู่
Meta
Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!
ราตรีที่มืดมิดกลับถูกฉาดฉายด้วยแสงสังเคราะห์จากหลอดไฟหลากสีสัน แผ่นป้ายขนาดใหญ่บ่งบอกบุคลิกลักษณะละชื่อเรียกขานของสถานที่เหล่านั้น บรรยากาศคละคลุ้งไปด้วยสรรพเสียงสับสนปนเป ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่งม้วนเกลียวรวมตัวเข้าเป็นเนื้อเดียว แอลกอฮอลล์และของเหลวหลากชนิดกลิ้งเกลือผสมผเสอยู่ในกระบอก หลังจากถูกเขย่ารวมกันเป็นเนื้อเดียวแล้วจึงถูกเทลงในแก้วแชมเปญใบจิ๋ว และบัดนี้มันตั้งอยู่ตรงหน้าหญิงสาวนัยน์ตาเลื่อนลอยคนหนึ่ง เธอนั่งเท้าคางเหม่อลอยปล่อยประสาทสายตาปะทะกับภาพพร่าเลือนตรงหน้าอยู่เป็นเวลานาน นานจนกระทั่งบาร์เทนเดอร์ที่เพิ่งว่างจากหน้าที่คนนั้นสังเกตเห็น จนเมื่อเขาเอ่ยถามออกไปถึงสิ่งที่เธอต้องการ กามิกาเซ่สีฟ้าอ่อนจึงถูกเสิร์ฟอยู่ตรงหน้า
แสงหลากสีสันละลายกลืนเป็นเนื้อเดียวในดวงตาว่างเปล่าคู่นั้น ราวกับไม่มีคำถามหรือคำตอบใด ๆ ในห้วงมโนสำนึก ชั่วขณะที่แก้วแชมเปญกระทบเคาน์เตอร์ เธอทำลายความนิ่งงันด้วยการพลิกข้อมือดูนาฬิกาข้อมือเรือนน้อย เป็นเวลากว่าชั่วโมงครึ่งที่เธอนั่งบนเก้าอี้สตูลสูงเท้าคางบนเคาน์เตอร์ ใช่ว่าเธอจะนั่งอยู่กับความเงียบเหงาเพียงคนเดียว หากแต่ผู้ชายเหล่านั้นที่ผ่านเข้ามาทายทักต่างถูกปฏิเสธด้วยภาษากายที่ไม่ตอบรับการเริ่มต้นทำความรู้จักใด ๆ เธอไม่ต้องการเพิ่มหรือเริ่มความสัมพันธ์ฉาบฉวยใด ๆ ในตอนนี้ ที่เธอต้องการก็เพียงแค่ได้จ่อมจมกับความโดเดี่ยวในบรรยากาศเซ็งแซ่ อย่างน้อยก็ยังดีกว่านอนซุกใบหน้ากับท่อนแขนเย็นยะเยียบในห้องสี่เหลี่ยมเพียงคนเดียว
เกล็ดน้ำแข็งใสในแก้วค่อย ๆ ละลายเจือเนื้อน้ำสีฟ้าอ่อน แสงสีจากดวงไฟฉาดฉายสีสันอาบของเหลวในแก้ว ปรากฎเป็นเครื่องดื่มหลากสีราวกลั่นมาจากสายรุ้งสดใสหลังฝนกระหน่ำ หลังจากแก้วใบน้อยถูกวางลงบนเคาน์เตอร์ ของเหลวในแก้วมิได้พร่องหายไปแม้แต่น้อย เธอไม่ได้ต้องการเติมเครื่องดื่มหรือเครื่องกินลงท้องแม้แต่น้อยในเวลานี้ เธอเพียงแค่สั่งกามิกาเซ่แก้วนี้มาเพื่อเลี่ยงคำถามน่ารำคาญว่า “ ดื่มอะไรไหมครับ “ จากบุคคลอันไม่พึงประสงค์เหล่านั้น
อันที่จริงในวันนี้ถือว่ามีคนเข้ามาพูดคุยกับเธอน้อยมาก ตามปกติแล้วตลอดคืนจะมีผู้ชายแปลกหน้าเข้ามาทักทายเธอเกือบ ๆ ยี่สิบคน แต่ในวันนี้มีเพียงหกคนเท่านั้น อาจเป็นเพราะร่างกายของเธอซุกสวมอยู่ในกระโปรงยีนส์โทรม ๆ เสื้อสายเดี่ยวสีดำก็ถูกปิดทับด้วยเสื้อกันหนาวมีฮู้ดสีแดงเพลิง ช่างดูขัดกับรองเท้ารัดส้นสีขาวที่เกาะก่ายอยู่บนที่วางเท้าของสตูลสูง เรือนผมยาวสยายถูกรัดเกล้ามัดเสียบประคองด้วยปิ่นสีขาว และแว่นสีดำกรอบหนาบดบังสายตาอันว่างเปล่าของเธอในคืนนี้ อันที่จริงแล้วผู้หญิงสารรูปอย่างเธอไม่เหมาะที่จะมาสิงสถิตย์อยู่ในผับหรูเช่นนี้ ที่สุดแล้วผู้ชายพวกนั้นสนใจก็แค่เพียงแค่ภายนอกเท่านั้น หน้าอกอิ่มกับเรียวขาขาวย่อมน่าสนใจกว่าแน่นอน เธอพึงรำพันในห้วงคำนึง สายตาละจากนาฬิกาข้อมือจับจ้องที่ของเหลวสีฟ้าอ่อนในแก้ว มือเรียวเอื้อมจับก้านแก้ว ปากแก้วจรดกับริมฝีปากอิ่มเอิบที่เคลือบด้วยลิปกลอส ของเหลวในแก้วแชมเปญค่อย ๆ เคลือบผ่านลำคอ ทิ้งไว้เพียงความร้อนรุ่มจากแอลกอฮอลล์ เป็นความรู้สึกสับสนอย่างประหลาดที่ของเหลวผสมน้ำแข็งใสเย็นแต่กลับสร้างความร้อนกับร่างกาย กามิกาเซ่พร่องไปกว่าครึ่งแก้ว
ในจังหวะที่ฐานแก้วค่อย ๆ แนบตัวลงกับเคาน์เตอร์ พลันปรากฏร่างชายคนหนึ่งข้าง ๆ กายเธอ
คนที่เจ็ด เธอคิดในใจ
“ คืนนี้เหงานะครับ “
เธอชะงักไปชั่วขณะหลังจากรับฟังประโยคนั้นจบ เป็นประโยคทักทายที่พิลึกหูที่สุดในคืนนี้ แปลกจนเธออดไม่ได้ที่จะหันไปมองผู้พูด ชายร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีขาว กางเกงยีนส์ ใบหน้าคมเข้มด้วยรูปเคราสั้น ๆ ใต้คาง แต่ดวงตาคู่นั้นกลับดูอ่อนโยนขัดกับบุคลิกราวเป็นคนละคน
“ ขออนุญาตนั่งด้วยคนนะครับ “ ผู้มาใหม่เอื้อนเอ่ยแฝงคำถามมาในอากาศ เธอรู้สึกได้ว่าชายคนนี้ไม่เหมือนคนอื่น ๆ ที่พบเจอในค่ำคืนนี้ บุคลิกท่าทางสุภาพแบบนี้อาจจะพบเจอในสถานที่แบบนี้ไม่ง่ายนัก แต่ที่สะกิดใจเธอกลับเป็นประโยคทักทายเมื่อครู่มากกว่า เธอมองดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นผ่านแว่นกรอบหนา แล้วพยักหน้าเล็กน้อยตอบรับการมาถึงของชายแปลกหน้า
ประมาณด้วยสายตา ชายคนนี้น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ แต่ผู้มาเยือนกลับมีบุคลิกสุขุม เคร่งขรึม ราวกับผ่านเรื่องราวในชีวิตมามากมาย แต่ที่มุมปากกลับเปื้อนรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา คงเป็นนิสัยของเขากระมัง เธอคิดในขณะมองผ่านหางตาด้านขวา
“ หน้าผมมีอะไรติดอยู่เหรอครับ ? “
เสียงทุ้มต่ำเรียกเธอตื่นขึ้นจากภวังค์แห่งการพินิจพิเคราะห์
“ คะ ? “
“ เห็นคุณชำเลืองมองผมตลอดเลย มีอะไรติดอยู่ที่หน้าผมหรือครับ ? “
เขารู้ตัวตลอดเวลาว่าเธอแอบมองเขาอยู่ ใบหน้าเธอร้อนผะผ่าวแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อยด้วยความละอาย
“ เปล่าค่ะ “ เธอแอบเจ็บใจตัวเองนิด ๆ ที่ไม่สามารถสรรหาถ้อยคำแก้ต่างที่ดูดีกว่านี้ได้ในสถานการณ์ที่เธอตกประหม่าเช่นนี้ ในอากาศเกิดช่องว่างของคำพูดชั่วขณะ สายตาเธอกลับมาจับจ้องที่แหวนทองคำขาวที่นิ้วกลางมือขวาที่กำลังไล้ลูบรอบปากแก้วกามิกาเซ่
เหล่าผู้คนในแสงสีขยับตัวตามจังหวะดนตรีเร่งเร้า สาวน้อยที่หน้าเวทีเต้นด้วยลีลาเร่าร้อนอยู่ในวงล้อมมนุษย์ราตรี ชายหญิงยืนกอดก่ายกันอยู่ในอีกมุมหนึ่ง ราวกับทั้งโลกมีเพียงสองคน โปรเจคเตอร์ฉายฉาบผนังหลากสีสัน กราฟฟิคนามธรรมดิ้นเคลื่อนไหวไม่หยุดหย่อน ดีเจสลับแผ่นอย่างคล่องแคล่ว หล่อเลี้ยงบรรยากาศคึกคักยามค่ำคืนให้ตื่นตาค้างมิหลับใหลไปกับความมืดมิดของรัตติกาล
“ คุณดูเข้ากับบรรยากาศคืนนี้อย่างประหลาด “ เขาเติมเต็มบรรยากาศของค่ำคืนด้วยประโยคชวนสนเท่ห์อีกครั้ง บรรยากาศของคืนนี้ ฉันเข้ากับบรรยากาศคืนนี้ มีแต่เรื่องที่ฟังไม่เข้าใจทั้งนั้น
“ บรรยากาศของคืนนี้มันเป็นยังไงเหรอ ? “ หญิงสาวในชุดแดงยกมือซ้ายขึ้นเท้าคาง มองผ่านแว่นกรอบหนา สร้างคำถามกลับไปยังชายชุดขาวคนนั้น
“ อย่างที่ผมบอก ว่าคืนนี้เหงา “ ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นส่งสายตาปะทะใบหน้าแดงเรื่อของเธอ
“ คุณก็ดูเหงา “ สิ้นประโยค เขาสั่งเตกีล่าสองช็อตสำหรับตนเองและหญิงสาว
“ คุณรู้ได้ยังไง ว่าฉันเหงา “ บาร์เทนเดอร์หันหลังกลับไปเตรียมเครื่องดื่มให้คนทั้งสอง
“ สถานที่แบบนี้ เพลงจังหวะเร่าร้อนขนาดนี้ ไม่มีใครนั่งนิ่ง ๆ ที่เคาน์เตอร์ได้เกินชั่วโมงครึ่งหรอกครับ อีกอย่าง ผมไม่เห็นมีเพื่อนคุณมาด้วยสักคน “
“ ก็เลยคิดว่าฉันเหงา ? “ เขาพยักหน้าพร้อมด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก
“ ฉันก็แค่อยากหาอะไรดื่มเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจมาเต้น “
เขาหัวเราะในลำคอ
“ โกหกไม่เก่งเลยนะครับ “ บาร์เทนเดอร์เสิร์ฟเตกีล่าให้เขาและเธอ
“ หากคุณต้องการเพียงแค่หาอะไรดื่ม คุณคงไม่ต้องมานั่งในสถานที่แบบนี้หรอกครับ คุณก็แค่ซื้อมันกลับไป นั่งละเลียดมันไปพร้อม ๆ กับเพลงโปรด “
เธอละสายตาที่จับจ้อง มองไปที่แก้วเตกีล่า ของเหลวข้นใสนอนนิ่งอยู่ในแก้ว
“ อีกอย่างนะครับ แก้วแรกของคืนนี้ ยังไม่หมดเลยนะครับ “ เขาชี้ไปที่แก้วแชมเปญตรงหน้าเธอ
ของเหลวสีฟ้ายังเหลืออยู่ที่ก้นแก้วจริงดังคำพูดของเขา
คราวนี้เป็นเธอที่หัวเราะเบา ๆ หันมาหาชายคนนั้น “ โอเค ฉันแพ้แล้ว “
ชายหญิงสองคนยิ้มให้กัน ไม่มีคำพูดใด ๆ ดวงตาสีน้ำตาลของเขาราวกับจะมองลึกลงไปถึงก้นบึ้งของจิตใจหญิงสาว เธอรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรง และร่างกายที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ
“ คุณดูเหมือนหนูน้อยหมวกแดง กลางป่าดงดิบ “ เขาทำลายความเงียบลงอีกครั้ง
“ หืม ! ฉันเนี่ยนะ “ ไม่น่าแปลกใจเท่าไร เธอพอจะเข้าใจว่าชุดเสื้อกันหนาวมีฮู้ดสีแดงดูขัดกับสถานที่อย่างไม่น่าสงสัย
“ ตลกเนอะ “ เธอพูดพร้อมกับเสียงหัวเราะกลั้วในลำคอ
“ ไม่หรอก ผมว่าน่ารักดีออก หนูน้อยหมวกแดงเดินฝ่าป่าดงดิบไปเยี่ยมคุณยายในยามค่ำคืน “
“ ถ้าอย่างนั้นคุณคงเป็นหมาป่าล่ะสิ “ เธอมองหน้าหมาป่าอย่างผู้มีชัยชนะ
ชายคนนั้นยิ้มกลับแทนคำตอบ
“ ถ้าไม่รังเกียจ หนูน้อยหมวกแดงช่วยเล่าให้ฟังได้ไหม ว่าอะไรที่พาให้หนูน้อยหมวกแดงต้องออกมาเดินเล่นกลางดึกอย่างนี้ “
เธอถอนใจ และหยิบแก้วกามิกาเซ่ที่เหลือดื่มรวดเดียวจนหมด
“ ฉันก็แค่หลงทางมาเท่านั้นแหละ “ แก้วกามิกาเซ่ที่ว่างเปล่าต้องแสงไฟสีเหลืองแดงราวอัญมณี
“ คุณลองมองไปรอบ ๆ สิ ทุกคนในสถานที่นี้ต่างมาเพื่อตัวเองทั้งนั้น “
เขาพยักหน้ารับ รอให้เธอพูดต่อ
“ เราต่างมาเพื่อสร้างความสัมพันธ์แค่ชั่วเวลาหนึ่ง “
“ หลังจากนั้นล่ะ ? “
“ ไม่เหลืออะไร ไม่มีแม้ความรู้สึกหรือความทรงจำใด ๆ “
“ ทั้ง ๆ ที่คุณรู้ว่าต้องพบเจอกับอะไร แต่คุณก็ยังจงใจหลงเข้ามาในป่าดงดิบนี้ “
“ เหมือนกับคนกระหายน้ำดื่มน้ำจากแก้วก้นรั่วนั่นแหละ ไม่ว่าเขาจะเทน้ำลงไปเท่าไร น้ำก็รั่วออกจากแก้วจนหมด ที่เขาได้ดื่มก็เพียงแค่อากาศชื้น ๆ “
เธอมองที่แก้วเตกีล่าตรงหน้า แก้วกามิกาเซ่อันตรธานไปแล้ว
“ ตัวฉันตอนนี้ก็เหมือนกับแก้วคริสตัลเนื้อดี ได้รับการแต่งเจียระไนอย่างสวยงาม แต่กลับมีรอยรั่วที่ก้นแก้ว ไม่ว่าจะเติมเต็มเท่าไร มันก็รั่วออกหมดอยู่ดี “
“ คุณก็เลยต้องหาที่ที่จะเติมเต็มได้ตลอดเวลา เพื่อให้น้ำปริ่มปากแก้วตลอดเวลา “
เธอพยักหน้ายอมรับโดยดุษฎี สายตาว่างเปล่าเหม่อลอยภายใต้แว่นกรอบหนา ค่ำคืนที่ว่างเปล่ากำลังจะผ่านไปอีกครั้ง เมื่อเพลงที่บรรเลงลดจังหวะลงเหลือเพียงเพลง Chill Out ขณะที่ทุกคนทยอยเดินไปออที่ประตูทางออก
“ แล้วคืนนี้ก็กำลังจะว่างเปล่าอีกครั้ง “ เธอพูดอย่างเหงา ๆ
“ ผมขอเป็นคนสุดท้ายที่ช่วยเติมเต็มคุณในคืนนี้ก็แล้วกัน “ เขายกแก้วเตกีล่าขึ้นเชื้อชวนเธอ เธอตอบรับด้วยการหยิบแก้วเตกีล่าขึ้นมาชนในความเปลี่ยวเหงา ของเหลวข้นใสแผดเผาลำคอ และร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ร่างทั้งสองตกอยู่ในภวังค์ สิ้นสติสัมปชัญญะชั่วขณะ
หนูน้อยหมวกแดงออกเดินทางอีกครั้ง โดยมีหมาป่าเดินตามไปไม่ห่าง หนูน้อยหมวกแดงรู้ตลอดเวลาว่าหมาป่าตามเธอมา แต่เธอไม่ได้วิ่งหนีแต่อย่างใด การมีใครสักคนเดินตามยังดีกว่าการเดินคนเดียวกลางป่า อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าเธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว
เมื่อถึงกระท่อมกลางป่า ที่นั่นไม่มีคุณยายรออยู่ มีเพียงหนูน้อยหมวกแดงที่ปล่อยตนเองล่องลอยไปกับหมาป่า สองร่างเปลือยเปล่ากอดเกี่ยวกระหวัดรวมกันเป็นหนึ่งเดียว สิ่งที่เธอต้องการได้รับการเติมเต็มอีกครั้ง แต่มันก็กำลังจะเหือดแห้งไปในไม่ช้า พร้อม ๆ กับโลกราตรีที่กำลังจะถูกแทนที่ด้วยแสงแรกแห่งอรุณทิวา